เมนบอร์ด (Mainboard) คืออะไร การเลือกซื้อมาใช้งานต้องพิจารณาอะไรบ้าง

 

เมนบอร์ดคืออะไร

นับตั้งแต่ได้มีการคิดค้นเครื่องpcขึ้นมา ก็ปรากฏเจ้าแผ่นวงจรไฟฟ้าแผ่นใหญ่ ที่รวบรวมเอาชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์
ที่สำคัญๆเข้ามาไว้ด้วยกัน เจ้าแผ่นวงจรไฟฟ้านี้ก็มีชื่อเรียกว่า เมนบอร์ด(MainBoard)หรือมาเธอร์บอร์ด(Motherboard)
หรือ ถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็จะเรียกว่าแผงวงจรหลัก ซึ่งเมนบอร์ดนี้เองที่เป็นส่วนควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ
ภายในpcทั้งหมด เมนบอร์ดนี้จะมีลักษะณะเป็นแผ่นรูปร่างสี่เหลี่ยมแผ่นใหญ่ที่สุดในพีซีที่จะรวบรวมเอาชิปและไอซี
(IC-Integrated circuit)รวมทั้งการ์ดต่อพ่วงอื่นๆเอาไว้ด้วยกันบนบอร์ดเพียงแผ่นเดียว เครื่องพีซีทุเครื่องไม่
สามารถทำงานได้ถ้าขาดเมนบอร์ด

http://members.fortunecity.com/sompos/page1.html

 

ประเภทของเมนบอร์ด

<STRONG>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</STRONG>&nbsp;- XT&nbsp; 8086-80286 เก่ามาก ปัจจุบันไม่มีแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;

            – AT 80286-80686 (Pentium) ยุดกลาง

           – ATX 80586-80686 นิยมใช้มากสุดในปัจจุบัน

หน้าที่การทำงานของ Motherboard                

           Motherboard หรือ Mainboard คือแผงวงจรไฟฟ้าหลักที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ทางอิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน ได้แก่ CPU , Memory , Slot รวมทั้งการ์ดเสริมต่าง ๆ                 

          Motherboard อาศัยระบบบัส (Bus) เป็นทางเดินสำหรับข้อมูล เนื่องจากในคอมพิวเตอร์นั้นการประมวลผลต่าง ๆ เกี่ยวพันกับการเดินทางของการส่งและการโอนถ่ายข้อมูลเป็นสำคัญ               

          ระบบบัสที่ใช้ในเครื่องรุ่นแรก ๆ คือบัสแบบ ISAเป็นชนิด 16 บิต    ระบบบัสที่นิยมใช้ในเครื่อง PC ปัจจุบันคือ บัสแบบ PCI เป็นบัสแบบ 32 และ 64 บิต มีประสิทธิภาพสำหรับการประมวลผลของคอมพิวเตอร์สูง           

โครงสร้างของ Motherboard              

           AT โครงสร้างมาเธอร์บอร์ดแบบนี้ใช้กับ IBM PC รุ่น AT   สามารถใส่ในเคสแบบ  Mini Tower หรือ  Baby AT ได้                Baby AT โครงสร้างมาเธอร์บอร์ดแบบนี้ใช้กับ PC รุ่น XT ถึง 486 และ Pentium จนถึง Pentium II รุ่นแรก ๆ มักจะใช้เป็นแบบ Baby AT               

           ATX เป็นบอร์ดที่ออกแบบมาให้มีระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ATX จะเร็วกว่า Baby AT และสามารถสั่งปิดเครื่องอัตโนมัติได้ มักจะใช้ใน Pentium รุ่นหลัง ๆ

ส่วนต่าง ๆ บน Motherboard      

            1. ซ็อกเก็ตสำหรับ CPU

                 Socket หรือ Slot ใน Motherboard สำหรับ CPU จะมีรูปร่างต่าง ๆ กันในแต่ละรุ่น

                Socket A หรือ Socket 462      เป็นซีพียูในตระกูล AMD ในรุ่น Athlon,Athlon XP และ Duron                

                Socket 7      มาตรฐานของ Intel ขนาด 321 พิน ใช้กับ Pentium , Pentium MMX , AMD K5,K6               

               Socket 8     ใช้กับ Pentium Pro               

               Socket 370 ขนาด 370 พิน ใช้กับ Pentium Celeron ในแพกเกจแบบ PPGA (Plastic Pic Grid Array) , Pentium III และซีพีย ูจากทาง VIA อย่าง VIA Cyrix บางรุ่นเท่านั้นที่รองรับ                

               Socket 423 เป็นซีพียูเพนเทียม โฟร์ ที่ออกมาในรุ่นแรก ๆ ซึ่งยังใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 0.18 ไมครอน โดยมีชื่อ รหัสว่า Northwood มีจำนวนของหน่วยความจำแคชระดับ 2 จำนวน 512 กิโลไบต์ 
               Socket 478 สำหรับซีพียูรุ่นนี้ ถ้าความเร็วไปตรงกับซีพียูแพนเทียมโฟร์ที่เป็นแบบ Socket 478 ก็จะมีรหัสต่อท้าย ด้วยตัว A เช่น 1.8A ,2.0A                

               Slot 1     ขนาด 242 พิน ใช้กับ Pentium II/III , Pentium Celeron มีลักษณะเป็น Slot สำหรับเสียบ CPU ในแนวตั้ง               

               Slot 2     ใช้กับ Pentium II/III ระดับไฮเอน เช่นรุ่น Xeon

           2. ซีมอส (CMOS)     (Complementary Setal Oxide Semiconductor) ทำหน้าที่เก็บ Configuration ต่างของเครื่อง

           3. ไบออส  (BIOS : Basic Input Output System) บางครั้งเรียกว่า Firmware  หมายถึงโปรแกรมที่บรรจุอยู่ในซิปแบบ EEPROM (Electrically Erasable Programmable Read-Only Memory) มีหน้าที่หลักดังนี้

หน้าที่การทำงานของ BIOS

          1. ตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ (POST)

         2. โหลดระบบปฏิบัติการ (Bootstrap Loader)

         3. ให้บริการในการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ

         4. ซ็อกเก็ตสำหรับหน่วยความจำ  Socket มีลักษณะเป็นร่องเล็ก ๆ ยาว ๆ อยู่บน Motherboard สำหรับติดตั้งแรม หรือ การ์ดเสริม ต่าง ๆ

         5. คอนเน็กเตอร์สำหรับไอดีอี (IDE Connector)                

               IDE Connector จะมีจำนวนพิน 40 ขา โดยปกติบน Mainboard จะมี 2 ตัวคือ  Primary IDE Connector , Secondary IDE Connector ใช้ต่ออุปกรณ์ตามมาตรฐาน IDE เช่น Harddisk , CDROM

          6. Floppy Drive Connector               

                  Floppy Drive Connector จะมี 34 พิน และมีขนาดเล็กกว่า IDE Connector               

                  Mainboard ในรุ่นก่อนจะมีแผงวงจรเล็ก ๆ เรียกว่า Multi I/O ใช้สำหรับต่อ Harddisk , Floppy Drive ,Port ต่าง ๆ

          7. คอนเน็กเตอร์  I/O ด้านหลัง                

                ใช้สำหรับต่อสายของอุปกรณ์ภายนอกที่อยู่ด้านหลังของเครื่องซึ่งมักจะมีคอนเน็กเตอร์แบบต่าง ๆ เช่น พอร์ตขนาน 2 ช่อง พอร์ตอนุกรม COM1 COM2 Mouse Keyboard PS/2 และช่องเสียบสาย Lan (RJ-45)

          8. คอนเน็กเตอร์ I/O ด้านหน้า     ส่วนใหญ่จะใช้เป็นที่ต่อสายไฟเพื่อแสดงสถานะของส่วนต่าง ๆ และสวิตช์ควบคุมการเปิด/ปิดเครื่อง

           9. พอร์ต (Port)  เป็นช่องทางสำหรับติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอก เช่น เครื่องพิมพ์ , โมเด็ม  

           10. Expansion Slot & Board               

                    Expandability ความสามารถในการเพิ่มการ์ดหรือบอร์ดต่าง ๆ ลงใน Expansion Slot  เช่น Expanded Memory , Display Adapter

            11. Microprocessor    หน่วยประมวลผลกลาง

           12. Power Supply  แหล่งจ่ายไฟเลี้ยงอุปกรณ์ต่าง ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์

          13. Lithium Battery  ทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับ CMOS และนาฬิกาของระบบตลอดเวลา

          14. Jumper Jumper ใช้สำหรับกำหนดรูปแบบการทำงานของบอร์ดให้เป็นตามที่ต้องการ

วิธีการตรวจเช็คเมนบอร์ดซ็อต

         1.มองหาตำแหน่งเสียบไฟเข้าบนเมนบอร์ดแบบ AT , ATX

         2.ตั้ง Test Zero Ohm ที่มาตรวัดใดก็ได้

        3.กำหนดให้ 4 ขากลางปรกเป็นคือ กราว์ ให้สายมิเตอร์ 1 เส้นแตะไว้ที่ขา 5

        4.ใช้สายมิเตอร์ที่เหลือไล่เช็คตั้งแต่ขา 1,2,3,4 และ 9,10,11,12 ทีละขา

        5.สังเกตที่เข็มของมิเตอร์หากเข็มขึ้นมาทางขวามือจนสุดสเกลแสดงว่าเจอคู่ซ็อต แต่ถ้าขึ้นมาดังรูปแสดงว่ายังใช้งานได้  

วิธีเช็คบัสเมนบอร์ดขาด

       1. มองหาตำแหน่งเสียบไฟเข้าบนเมนบอร์ดแบบ AT , ATX

       2. ตั้ง Test Zero Ohm ที่มาตรวัดใดก็ได้

       3. กำหนดให้ 4 ขากลางปรกเป็นคือ กราว์ ให้สายมิเตอร์ 1 เส้นแตะไว้ที่ขา 5

       4.ใช้สายมิเตอร์ที่เหลือแตะไว้ที่ขา 6,7,8 ทีละขา5.สังเกตที่เข็มหากเข็มอยู่ที่ อินฟินิตี้แสดงว่ามีเส้นทางเดิน Bus ขาด แต่ถ้าอยู่ที่ 0 Ohm ตลอดแสดงว่ายังใช้ได้   

 ที่มา: http://nutjareesukjalean.blogspot.com/2009/11/blog-post_16.html

 

 การเลือกซื้อเมนบอร์ด : ตอน หลักในการพิจารณาเมนบอร์ด

Copy-mobo

นอกเหนือไปจากเรื่องของมาตรฐานของเมนบอร์ดที่เราได้รับรู้กันไปแล้ว บทความในตอนนี้เราจะมาดูกันถึงหลักหรือข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อเมนบอร์ดกันดูบ้าง เพื่อที่จะทำให้เราสามารถเลือกซื้อเลือกใช้เมนบอร์ดได้ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด และไม่ว่าคุณกำลังจะซื้อเมนบอร์ดใหม่เพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ทั้งชุดหรือซื้อเพื่อการอัปเกรดคอมพิวเตอร์ตัวเก่าของคุณ สิ่งแรกก็คือคุณต้องดูก่อนว่าเมนบอร์ดที่สามารถรองรับกับอุปกรณ์ที่คุณใช้อยู่ หรือกำลังจะใช้นั้นมีรุ่นใดบ้าง

ซ็อกเก็ตสำหรับซีพียู

อย่างแรกก็คงหนีไม่พ้นส่วนของอินเทอร์เฟซ หรือ Socket ที่ใช้สำหรับใส่ซีพียู ซึ่งเป็นสิ่งแรกทีต้องมองก่อนว่าซีพียูที่คุณใช้นั้นใช้อินเทอร์เฟซแบบใด ถ้าเป็นเมนบอร์ดที่รองรับซีพียูของอินเทลเดี๋ยวนี้จะใช้อินเทอร์เฟซที่เรียกว่า LGA 775 ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซแบบใหม่ ที่รองรับซีพียูถึงระดับ Dual Core และ Quad-Core (ขึ้นอยู่กับความสามารถของชิปเซต) ส่วนซ็อกเก็ตที่รองรับซีพียูรุ่นก่อนหน้านั้นก็จะเป็น Socket 478 ซึ่งเดี๋ยวนี้หายไปจากท้องตลาดที่หมดแล้ว

และไม่นานมานี้อินเทลได้ทำการเปิดตัวซีพียูรุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรม Nehalem ออกมาแล้ว โดยใช้ชื่อในทางการค้าว่า Core i7 ซึ่งซีพียูรุ่นนี้จะเป็นซ็อกเก็ตแบบ LGA1366 ซึ่งดูผ่านๆ แล้วจะมีหน้าตาเหมือนกับ LGA775 ที่ใช้กับซีพียูในตระกูลCore 2 แต่ว่าซ็อกเก็ต LGA1366 จะมีขนาดใหญ่กว่า และตำแหน่งของจุดล๊อกของฮีตซิงค์นั้นตัว LGA1366 ก็จะมีขนาดที่กว้างกว่าตามไปด้วย

ส่วนผู้ที่จะใช้ซีพียูเอเอ็มดีนั้น ในช่วงสองปีก่อนนี้ก็จะมี 3 ทางเลือกคือ Socket 939 และ Socket 940 สำหรับซีพียูระดับสูงและระดับกลางที่รองรับซีพียู Dual Core ได้ และถ้าใช้กับซีพียูรุ่นเล็กก็จะเป็น Socket 754 สำหรับซีพียูระดับล่าง แต่ซ็อกเก็ตสำหรับซีพียูเอเอ็มดีในปัจจุบันเราใช้ซ็อกเก็ตที่เรียกว่า AM2 ซึ่งมีจำนวนขาเท่ากับ Socket 940 เดิม แต่ว่ามันไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้

และซ็อกเก็ต AM2 ในเวลานี้ก็มีการแยกออกมาอีกหนึ่งรุ่นเรียกว่า AM2+ เป็นการเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อรองรับซีพียูรุ่นใหม่ในตระกูล Phenom โดยเฉพาะ โดยสิ่งที่แตกต่างกันก็คือระบบไฟฟ้าที่ส่งเข้าไปในตัวซีพียู นั่นเอง แต่สุดท้ายคุณก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องนี้ เพราะคุณสามารถใช้ซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต AM2 ติดตั้งบนเมนบอร์ดที่เป็น AM2 หรือ AM2+ ก็ได้ และในขณะเดียวกันคุณก็สามารถนำซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต AM2+ ไปติดตั้งบนเมนบอร์ดที่เป็น AM2 หรือ AM2+ ได้เช่นกัน ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันที่ระบบไฟฟ้า แต่ตัวซีพียูและเมนบอร์ดจะมีการสื่อสารกันโดยอัตโนมัติทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการทำงาน แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดแต่ละตัวด้วย แต่เท่าที่ทำการทดสอบมาหลายรุ่นพบว่าใช้ได้ และรุ่นที่ใช้ไม่ได้ส่วนใหญ่ก็แก้ไขด้วยการอัปเดตไบออสเท่านั้น แต่ถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ชิป AMD 690 Series กับ AMD 7 Series ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้ แต่ถ้าเป็นเมนบอร์ด AM2 ที่ใช้ชิปเซตของ nVIDIA ต้องลองตรวจสอบจากผู้ผลิตเมนบอร์ดอีกครั้ง

 

sam2 
ลักษณะของซ็อกเก็ต AM2 และ AM2+ จะมีหน้าตาที่เหมือนกัน

 

lga775 
ลักษณะของซ็อกเก็ต LGA775 ที่ใช้กับซีพียูตระกูล Core 2, Pentium Dual-Core

 

lga1366 
ลักษณะของซ็อกเก็ต LGA1366 ที่ใช้กับซีพียูในตระกูล Core i7

 

หน่วยความจำ

ซึ่งถ้าคุณต้องการใช้งานหน่วยความจำรุ่นใหม่ที่เป็น DDR3 ล่ะก็คุณต้องเลือกเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซตรุ่นใหม่ๆ และจะมีเฉพาะกับเมนบอร์ดที่รองรับซีพียู Intel เท่านั้นด้วย โดยช่องใส่ DDR3 จะมีขาที่ถี่กว่า และไม่สามารถใช้งานร่วมกับ DDR2 ได้ครับ แต่ก็มีเมนบอร์ดบางรุ่นเหมือนกันที่มีการออกแบบให้ใช้หน่วยความจำแบบ DDR2 หรือ DDR3 ก็ได้ แต่ต้องเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่สามารถทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ ชิปเซตส่วนใหญ่ที่ผลิตมารองรับซีพียูของอินเทลมักจะรองรับการทำงานของหน่วยความจำแบบ Dual-Channel อยู่แล้ว แต่ก็มีชิปเซตจาก nVIDIA บางรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในเมนบอร์ดที่เน้นงานเบาๆ อย่างดูหนังฟังเพลง ก็จะออกแบบมาให้ทำงานกับหน่วยความจำแบบ Single Channel เท่านั้น ส่วนผู้ที่ใช้ซีพียูเอเอ็มดีในตอนนี้จะถูกจำกัดให้ใช้งานอยู่เพียงแค่ DDR2 เท่านั้น และรองรับทำงานแบบ Dual Channel ได้ด้วย สำหรับผู้ใช้เอเอ็มดีต้องรอซีพียูรุ่นใหม่ในปี 2009 ซีพียูของ AMD จึงจะรองรับ DDR3 Dual Channel ได้

กราฟิกการ์ด

สำหรับเมนบอร์ดที่ไม่ได้มีการติดตั้งชิปกราฟิกมาให้ เราก็จะเป็นที่จะต้องหากราฟิกการ์ดมาติดตั้งเองโดยในปัจจุบัน กราฟิกการ์ดจะผลิตมาอยู่บนมาตรฐาน PCI-Express X16 ซึ่งเป็นสล๊อตแบบใหม่ มีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงกว่า และในปัจจุบันการ์ดแบบ PCI-Express X16 ก็มีมีการพัฒนาไปถึงเวอร์ชัน 2.0 แล้ว แต่ว่ามันก็มีความเข้ากันได้ของ PCIe-x16 เวอร์ชันแรก กับ PCIe-x16 เวอร์ชัน 2 จะแตกต่างกันก็ตรงที่เวอร์ชัน 2.0 จะมีช่องทางการรับส่งข้อมูลที่กว้างกว่า ทำให้ทำงานได้เร็วกว่า

แม้ว่าเมนบอร์ดในปัจจุบันจะไม่มีอินเทอร์เฟซที่ใช้ติดตั้งกราฟิกการ์ดรุ่นเก่าอย่าง AGP 8X แล้วก็ตาม แต่เนื่องจากฐานผู้ใช้เมนบอร์ดเดิมที่มีกราฟิกการ์ดแบบ AGP 8X ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ยังมีการผลิตกราฟิกการ์ดสำหรับ AGP 8X ออกมาอีกเป็นระยะๆ ซี่งกราฟิกชิปที่ใช้ก็ยังเป็นรุ่นใหม่ๆ ที่รองรับ DirectX 10 อีกด้วย

สำหรับผู้ที่ต้องการความแรงในการเล่นเกม โดยใช้กราฟิกการ์ดจำนวนสองการ์ดขึ้นไปมาทำงานร่วมกัน คุณก็คงต้องมองหาเมนบอร์ดที่รองรับเทคโนโลยี SLI กับ CrossFire ด้วย สำหรับรายละเอียดเรื่องนี้อ่านได้จากบทความเปรียบเทียบการทำงาน SLI กับ CrossFire เพราะทั้งสองเทคโนโลยีมีอะไรแตกต่างไปจากเดิมมากพอสมควร

ชิปเซต

เป็นที่แน่นอนว่าชิปเซตเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญบนเมนบอร์ด และเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติเกือบทั้งหมดของตัวเมนบอร์ดเลย ดังนั้นมันจึงมีความสำคัญและส่งผลต่อประสิทธิภาพและความเสถียรค่อนข้างมากเลยทีเดียว

หากคุณใช้ซีพียูของอินเทลและมีงบประมาณที่มาก รวมไปถึงมีความต้องการประสิทธิภาพในการทำงานที่สูง ก็ควรพิจารณาชิปเซตในระดับไฮ-เอ็นต์ของอินเทลไปด้วยเลย Intel X38 หรือรุ่นล่าสุดคือ X48 ไปเลย หรือจะเป็นชิปเซตของ nVidia ก็ต้องลองดูรุ่นที่รองรับ 3-Way SLI ก็น่าสนใจเพราะสามารถรองรับกราฟิกการ์ด SLI แบบสามทางได้ด้วย

ส่วนผู้ที่ต้องการใช้ซีพียูเอเอ็มดีในเวลานี้ถือว่าดีมากเพราะตั้งแต่เอเอ็มดีได้รวมกับเอทีไอแล้ว ก็ได้มีการพัฒนาชิปเซตสำหรับเอเอ็มดีออกมามากมาย ทำให้เรามีทางเลือกมากว่าเดิม เพราะเมื่อก่อนมีแค่ชิปเซต nForce จาก nVIDIA เท่านั้น สำหรับชิปเซตรุ่นล่าสุดของเอเอ็มดีมีชื่อว่า AMD 7 Series เช่น 790FX ซึ่งเป็นชิปเซตประสิทธิภาพสูง

สำหรับผู้ที่มีงบประมาณประหยัดจริงๆ และไม่ซีเรียสเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานสูงมากนัก มันก็มีเมนบอร์ดอยู่จำนวนหนึ่งโดยเฉพาะเมนบอร์ดที่ผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับซีพียูของอินเทล มักจะมีการนำชิปเซตตกรุ่นมาผลิตเป็นเมนบอร์ดที่สามารถใช้งานได้กับซีพียูรุ่นเดิมและรองรับซีพียูรุ่นใหม่อันนี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะมีราคาที่แตกต่างจากเมนบอร์ดที่ใช้ชิปเซตรุ่นใหม่ๆ ตั้งแต่ 500 บาทไปจนระดับ 1500 บาทเลยก็มี ซึ่งงบประมาณที่ประหยัดตรงส่วนนี้ก็สามารถไปเพิ่มเป็นหน่วยความจำหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้

อุปกรณ์ที่ติดมากับเมนบอร์ด

เมนบอร์ดในปัจจุบันนั้นค่อนข้างต่างจากเมนบอร์ดสมัยก่อนมาก เพราะเดี๋ยวนี้อุปกรณ์แทบทุกอย่าง ถูกนำมาใส่รวมไว้บนเมนบอร์ดเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซาวนด์การ์ด, LAN, RAID หรือบางรุ่นก็มีกราฟิกชิปติดตั้งมาให้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องดูให้ดีๆ ด้วย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์มาใส่เพิ่มเองให้เสียตัง

- Sound ว่าด้วยเรื่องของซาวนด์การ์ดที่ติดมากับบอร์ดหรือ Sound onboard นั่นเอง เมื่อก่อนจัดได้ว่าเป็นซาวนด์การ์ดแก้ขัด คือขอเพียงแค่มีเสียง ฟังเพลงได้นิดๆ หน่อยๆ ก็โอเคแล้ว เสียงไม่ต้องเลิศเลอมากนัก แต่ปัจจุบันซาวนด์ออนบอร์ดได้พัฒนาจนมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ซี่งในตอนนี้เมนบอร์ดทุกตัวอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีระบบเสียง 5.1 Channel ติดมาให้อยู่แล้ว ทำให้คุณพร้อมสำหรับดูหนัง DVD ได้ทันที แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพมากกว่านั้นก็ยังมีแบบ 7.1 Channel รวมถึงระบบเสียงแบบ High Definition ที่ให้เสียงดียิ่งขึ้นอีกด้วย

- Network ระบบเครือข่ายเดี๋ยวนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากขึ้น เพราะว่าในบ้านของคุณอาจจะมีคอมพิวเตอร์มากกว่า 1 เครื่อง นอกจากนี้การเชื่อมด้วย High-Speed Internet ในบ้างครั้งก็ใช้การ์ดแลนในการเชื่อมต่อ ดังนั้นเมนบอร์ดแทบจะทุกรุ่นจึงมีการติดตั้งการ์ดแลนมาด้วย แต่จะเป็น 10/100 ธรรมดา หรือจะเป็นระดับ Gigabit ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นของเมนบอร์ด ซึ่งการใช้งานจริงๆ แล้ว 10/100 ก็เพียงพอต่อความต้องการเพราะเครือข่ายระดับ Gigabit นั้นก็จำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่รองรับ Gigabit ด้วยเช่นกัน

- SATA Controller and RAID การเชื่อมต่อกับฮาร์ดดิสก์นั้นแต่ก่อนเราจะใช้อินเทอร์เฟซแบบ Parallel ATA ซึ่งมีลักษณะเป็นสายแพ แต่เมนบอร์ดเดี๋ยวนี้มีการติดตั้ง Controller แบบ SATA ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซแบบใหม่ที่มีความเร็วในการทำงานสูงกว่ามาให้ ซึ่งต้องใช้กับฮาร์ดดิสก์ SATA เท่านั้น พร้อมกันนี้ยังได้มีความสามารถในการทำ RAID ติดมาพร้อมกันอีกด้วย

- FireWire (IEEE 1394) เป็นคอนโทรลเลอร์สำหรับบัสส่งข้อมูลความเร็วสูง คล้ายๆ กับ USB แต่มีความเร็วที่สูงกว่า โดยปกติจะมีอุปกรณ์ไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ใช้อินเทอร์เฟซแบบนี้ในการเชื่อมต่อ ส่วนมาก็เป็นอุปกรณ์ AV เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีพวก External Hard Disk บางรุ่นที่ใช้การเชื่อมต่อแบบนี้ด้วยเช่นกัน

การเลือกเมนบอร์ดที่มีการติดตั้งอุปกรณ์นี้มาให้ ก็ควรจะต้องดูความจำเป็นในการใช้งานของเรา อย่างเช่นถ้าเราไม่ได้ใช้เพื่อดูหนังด้วยลำโพงที่รับระบบเสียง 5.1 ต่อให้เมนบอร์ดรองรับระบบเสียง 7.1 High Definition ไปก็ไร้ประโยชน์ หรืออย่าง Gigabit Ethernet ก็อาจจะไม่จำเป็นสำหรับการใช้งานทั่วไป ถึงอย่างไรก็ตาม ลูกเล่นเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้กลายมาเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว คุณจึงต้องตัดสินใจเลือกเฉพาะในกรณีที่มันเป็น Option เพิ่มเติมที่ทำให้ราคาของมันสูงขึ้นเท่านั้นเองครับ

ยี่ห้อ

มาถึงส่วนที่หลายคนรอคอย เพราะเคยได้ยินคนเคยเถียงกันเรื่องเมนบอร์ดยี่ห้อไหนดีที่สุด จริงๆ แล้วเมนบอร์ดแต่ละยี่ห้อต่างก็มีข้อดีและจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพ การออกแบบที่สวยงาม เทคโนโลยีหรือลูกเล่นเสริม รวมถึงเรื่องของของแถมด้วย ดังนั้นจึงไม่มียี่ห้อไหนที่เรียกว่าดีที่สุด

หากคุณต้องการเมนบอร์ดที่เหมาะกับคุณสักตัว อย่างแรกก็คือคุณต้องดูรายละเอียดของมันเสียก่อนว่ามีความเหมาะสมกับความต้องการข้างต้นที่กล่าวมาแล้วหรือเปล่า ซึ่งถ้ามีเมนบอร์ดหลายตัวที่เข้ามารอบมาให้คุณตัดสิน คราวนี้ค่อยมาดูรายละเอียดกันในเรื่องของการออกแบบ เพราะบางคนชอบเมนบอร์ดสวยๆ บางคนชอบเมนบอร์ดที่สามารถปรับแต่งได้เยอะ บางคนชอบเมนบอร์ดที่มีลูกเล่นแปลกๆ ให้ลอง ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนไปครับ

ยี่ห้อเมนบอร์ดในท้องตลาดก็จะมีอยู่กัน 2 ระดับ คือยี่ห้อที่ผลิตเมนบอร์ดในระดับกลางถึงสูงอย่างที่เราคุ้นๆ หูกันไม่ว่าจะเป็น Asus, MSI, GIGABYTE, DFI, Abit, BIOSTAR, ASRock, ECS และอีกหลายๆ ยี่ห้อ ซึ่งเมนบอร์ดแต่ละยี่ห้อเดี๋ยวนี้ก็มีการปรับภาพลักษณ์และคุณภาพของเมนบอร์ดให้เพิ่มขึ้นกันอย่างมากมาย อย่างไรก็ตาม เมนบอร์ดแต่ละยี่ห้อก็จะมีการผลิตเมนบอร์ดออกมาหลายรุ่น หลายระดับราคา เพื่อรองรับกับความต้องการและงบประมาณของผู้บริโภคที่มีอยู่ ดังนั้นการเลือกซื้อเมนบอร์ดบางครั้งเราไม่จำเป็นต้องดูที่ยี่ห้ออยู่เสมอไปว่ายี่ห้อนี้มีแต่ของดีราคาแพง หรือยี่ห้อนี้มีแต่ของแย่ราคาถูก ซึ่งตรงนี้ผู้ซื้อควรจะพิจารณาให้ดีก่อน อย่าเพิ่งไปเชื่อข้อมูลเก่าๆ ที่เค้าว่ากันมา

 

การรับประกัน

เมนบอร์ดถือว่าเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องของการใช้งานแต่อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าเมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ทุกชนิด บนเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อเมนบอร์ดเกิดการเสียหายขึ้นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อก็หยุดการทำงานไปด้วย ดังนั้นเมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์อื่นเข้ากับเมนบอร์ดควรให้ความ ระมัดระวังกันสักนิด สาเหตุเหตุหลักของการทำให้เมนบอร์ดเสียหายนั้นเกิดขึ้นได้หลายกรณีแต่ที่เห็นกันบ่อยมากนั้นคงหนีไม่พ้นการที่ผู้ใช้ทำการดัดแปลงการ ทำงานของเมนบอร์ดในส่วนต่างๆ และการโอเวอร์คล็อก จนทำให้เมนบอร์ดเสียหายเมื่อเกิดเหตุการณ์ในกรณีเช่นนี้แล้วทางผู้ผลิตถือ ว่าเป็นความเสียหายที่เกิดจาก ผู้บริโภคไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากขั้นตอนการผลิต รับรองรองได้ว่ากระปุกออมสินของคุณต้องถูกทุบเพื่อนำมาซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่แน่นอน การรับประกัน เมนบอร์ดส่วนใหญ่จะรับประกันผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 3 ปีเท่านั้นครับ

งบประมาณ

วกกลับมาพูดเรื่องงบประมาณปิดท้ายอีกเช่นเคย สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเมนบอร์ดอยู่และอยากที่จะทราบราคาพอคราวๆ ของเมนบอร์ด เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าจะใช้เมนบอร์ดระดับใด

เมนบอร์ดระดับ Low Cost สำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดจะมีราคาตั้งแต่ 1 พันกว่าบาทเรื่อยไปแต่ไม่เกิน 3 พัน ซึ่งจะมีทั้งรุ่นที่ใช้ชิปเซตดีๆ อยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ที่ใช้เมนบอร์ดระดับนี้ต้องทำใจครับว่าของแถมอาจจะไม่ครบเครื่อง และลูกเล่นจะมีไม่ค่อยมากครับ

เมนบอร์ดระดับกลางนั้นจะมีราคาอยู่ที่ 3 พันบาทขึ้นไปจนถึงราวๆ 5 พันกว่าบาทครับ ซึ่งเป็นราคาที่คุณจะได้ชิปเซตที่ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ลูกเล่นและคุณสมบัติการทำงานของเมนบอร์ดก็ยังถูกใส่มาให้เพียบอีกด้วย

ส่วนเมนบอร์ดระดับ Top หรือ High-End นี้จะมีราคาตั้งแต่ 6 พันบาทขึ้นไปจนทะลุขึ้นไปหลักหมื่นเลยก็มี ความพิเศษของเมนบอร์ดในระดับนี้คือใช้ชิปเซตคุณภาพสูง มีลูกเล่นพร้อมหน้าพร้อมตา อย่าง SLI หรือ CrossFire นอกจากนี้ของแถมหรือความสามารถพิเศษก็ยังใส่มากันแบบใช้ไม่หมดเช่น Dual Gigabit LAN, SATA 8 พอร์ตพร้อม RAID 5 เมนบอร์ดบางรุ่นยังมี Bluetooth หรือ Wi-Fi ติดมาให้อีกด้วย ซึ่งถ้าคุณไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อเมนบอร์ดระดับนี้ไปใช้งานก็ได้ครับ และที่น่าสนใจคือเมนบอร์ดในระดับนี้ส่วนใหญ่มักจะมุ่งไปยังกลุ่มที่ชื่นชอบการโอเวอร์คล๊อกซีพียูมากเป็นพิเศษ เพราะเมนบอร์ดในกลุ่มนี้มีราคาที่สูงอยู่แล้ว ผู้ผลิตสามารถเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่ส่งเสริมเรื่องของการโอเวอร์คล๊อกเข้าไปได้เป็นจำนวนมาก

อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้นครับ เมนบอร์ดเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ประสานการทำงานต่างๆ ของอุปกรณ์เกือบทุกชิ้นให้สามารถทำงานร่วมกันได้ รายละเอียดของมันจึงต้องมีความเกี่ยวกับกับอุปกรณ์ทุกชิ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันจึงเป็นเรื่องที่ค่อยข้างยากในการพิจารณาเลือกหาเมนบอร์ดดีๆ มาใช้งานซักตัว สิ่งสำคัญก็คือคุณต้องรู้ความต้องการในการใช้งานของตัวคุณก่อนเท่านั้นครับ

โดย SANCHAI2531

ที่มา:http://www.oknation.net/blog/print.php?id=462046

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s